Tuesday, April 26, 2011

ปลูกข่าเหลือง

"ข่าเหลือง" พืชสมุนไพรไทยที่ นางสัมภาษณ์ อยู่สุ่ม เกษตรกรวัย 43 ปี แห่ง ต.บ้านนา อ.กะเปอร์ จ.ระนอง บนพื้นที่ 3 ไร่ เป้าหมายเพื่อสร้างรายได้เสริมหลังว่างเว้นจากการทำสวนทุเรียน ลองกองและกาแฟ ปัจจุบันกลายเป็นพืชที่สร้างรายได้หลัก ใช้เวลาปลูกเพียง 6 เดือน สร้างรายได้หักค่าใช้จ่ายแล้วไร่ละกว่าแสนบาท แถมการลงทุน การดูแลน้อยกว่า ขณะที่ความต้องการของตลาดเปิดกว้าง และมีอนาคตที่สดใส




การปลูก "ข่าเหลือง" ของนางสัมภาษณ์นั้น เธอเล่าว่าเกิดขึ้นเมื่อปี 2540 เพื่อปลูกไว้กินเองบนเนื้อที่ไม่ถึงงาน แต่ผลผลิตกลับได้มาก ทำให้มีส่วนเหลือพอที่จะนำไปขายในตลาดซึ่งได้ราคาดี จึงเกิดแนวคิดที่จะปลูกเป็นรายได้เสริมจากการทำสวนลองกอง สวนทุเรียน และสวนกาแฟ ในปีต่อมาบนพื้นที่ 8 ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนต้นพันธุ์จากสำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง



หลายๆ คนไม่เชื่อว่าการปลูกข่าเหลือง จะสามารถทำรายได้ได้มากถึงไร่ละกว่าแสนบาท นางสัมภาษณ์ ยืนยันว่าเป็นความจริง เพราะหากเกษตรกรปลูกตามคำแนะนำของผู้ที่มีความรู้ ด้วยระยะปลูก 50x50 เซนติเมตร บนพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ถึง 6,400 กอ หลังปลูก 6-8 เดือนจะขุดเฉลี่ยกอละ 1.5 กิโลกรัม และจะได้ผลผลิตทั้งไร่ประมาณ 9,600 กิโลกรัม



"จะขายกิโลกรัมละ 15-18 บาท ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด และตั้งแต่ปลูกมาเกือบ 10 ปี จะมีรายได้ไร่ละ 144,000 -172,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ก็จะมีเงินเหลือไร่ละแสนเศษ" นางสัมภาษณ์ เผยและว่า การปลูกข่าเหลือง 1 ไร่ เมื่อเทียบแล้วจะสร้างรายได้ได้ดีกว่าปลูกกาแฟ 3 ไร่



ความที่ "ข่าเหลือง" มีสีสวย อวบอ้วน เนื้อนุ่ม ไม่มีเสี้ยน อีกทั้งรสชาติไม่เผ็ดจนเกินไป นางสัมภาษณ์ บอกว่า จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดสูง ทั้งใช้เป็นอาหาร แปรรูป หรือแม้กระทั่งใช้เป็นส่วนผสมเครื่องสำอาง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในปัจจุบันนี้



"เติบโตได้ดีในสภาพดินร่วนปนทราย น้ำไม่ท่วม ดูแลรักษาไม่ยาก ลงทุนต่ำ โรคและแมลงรบกวนน้อย ให้ผลตอบแทนเร็ว เพียงเวลา 6-8 เดือน ก็ขุดจำหน่ายได้ เวลานี้เพื่อนเกษตรกรเกือบทั้งตำบลปลูกข่าเหลืองกันมาก รวมเนื้อที่แล้วไม่ต่ำกว่าพันไร่ แต่ผลผลิตที่ได้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด" นางสัมภาษณ์ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ



ขณะที่ นายประสิทธิ์ เทวโลก พ่อค้าข่าเหลือง บอกว่า มีพ่อค้าแม่ค้าไปรับซื้อพืชผักของ ต.บ้านนา วันละ 7-10 คันรถปิกอัพ กระจายกันไปขายในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ภูเก็ต กระบี่ พังงา กรุงเทพฯ ในส่วนของตนรับซื้อและส่งขายที่ชุมพรและกรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 2-3 เที่ยว ด้วยความมั่นใจว่าอนาคตพืชสมุนไพรชนิดนี้จะไปได้ดี จึงหันมาปลูกเองด้วยบนพื้นที่ 36 ไร่



ปัจจุบันข่าเหลืองเป็นพืชเศรษฐกิจพื้นบ้านที่สำคัญของ ต.บ้านนา โดย นายชิงชัย เพชรพิรุณ เกษตรจังหวัดระนอง ยืนยันว่าเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สภาพดินฟ้าอากาศของจังหวัด เกษตรกรปลูกง่ายไม่จำเป็นต้องใช้หลักวิชาการมากนัก ลงทุนต่ำ ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูง ทำรายได้เร็ว ดังนั้นสำนักงานเกษตรจังหวัดจึงได้ส่งเสริม และสนับสนุนต้นพันธุ์แก่เกษตรกร ใน 4 อำเภอ 1 กิ่ง 234 ราย จำนวน 93,600 ต้น



ด้าน นายศรัณย์ จันทร์ดี นายอำเภอกะเปอร์ เสริมว่า ข่าเหลืองของ ต.บ้านนา มีคุณภาพดี เนื้อเหลือง รสชาติไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป ที่สำคัญในการปลูกเกษตรกรไม่ใช้สารเคมี จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากสารพิษ พร้อมกับฝากถึงผู้ที่สนใจในรายละเอียด ติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอกะเปอร์ โทร 0-7789-7125

No comments:

Post a Comment